ทัวร์อินเดีย, เที่ยวอินเดีย, ทัวร์สังเวชนียสถาน, ทัวร์แดนพุทธภูมิ, ไหว้พระอินเดีย, tourindia, travelindia
ทัวร์อินเดีย, เที่ยวอินเดีย, ทัวร์สังเวชนียสถาน, ทัวร์แดนพุทธภูมิ, ไหว้พระอินเดีย, tourindia, travelindia
ทัวร์อินเดีย, เที่ยวอินเดีย, ทัวร์สังเวชนียสถาน, ทัวร์แดนพุทธภูมิ, ไหว้พระอินเดีย, tourindia, travelindia
ทัวร์อินเดีย, เที่ยวอินเดีย, ทัวร์สังเวชนียสถาน, ทัวร์แดนพุทธภูมิ, ไหว้พระอินเดีย, tourindia, travelindia
เมนูหลัก
ประวัติความเป็นมา
ติดต่อสอบถาม
หนังสือ
เอกสารยื่น ศ.ต.ภ.
ข้อมูลอินเดียแดนพุทธภูมิ
ข้อมูลแดนพุทธภูมิ
แผนที่แดนพุทธภูมิ
พุทธคยา
ราชคฤห์-นาลันทา
ปัตนะ
ไวสาลี
เกสริยา
กุสินารา
ลุมพินี
กบิลพัสดุ์
เทวทหะ
สาวัตถี
สารนาถ
โกสัมพี
สังกัสสนคร
แคว้นอวันตี
Flag Counter
ข้อมูลอินเดีย
ข้อมูลพุทธสถาน
สาญจี
ถ้ำอชันตา
ถ้ำเอลโลร่า
ถ้ำออรังกาบัด
ถ้ำกัณเหรี
อโยธยา
ข้อมูลอินเดีย
ข้อมูลอินเดีย
ราชสถาน
นิวเดลี
อัครา
ดารัมชาลา
โกลกาตา
สะสาราม
พาราณสี
นิลกาย
มุมไบ
ข้อมูลพม่า
ข้อมูลพม่า
ย่างกุ้ง/ ไจโท้/หงสา/ สิเรียม
มัณฑะเลย์/พุกาม/อินเล
ข้อมูลกัมพูชา
ข้อมูลกัมพูชา
เสียมเรียบ/นครวัด/นครธม
ข้อมูลอินเดีย
โปรแกรมทัวร์ เดินทางคนเดี่ยว
สี่สังเวชฯ+อัครา+ราชสถาน+เดลี(21วัน)
สี่สังเวชฯ+สาญจี+อชันตา+เอโลร่า+มุมไบ (14วัน)
สี่สังเวชฯ+อัครา,ทัชมาฮาล+จัยปูร์+เดลี(11วัน)
ลุมพินี

ลุมพินี

ลุมพินีคือสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า เป็นสังเวชนียสถาน ๑ ใน ๔ ปัจจุบันตั้งอยู่ในประเทศเนปาล ตำบลรุมมินเดจังหวัดไพราวาหรือสิทธาตนคร ครั้งพุทธกาลตั้งอยู่ระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์และเทวทหะ พ.ศ. ๙๔๒ สมณะฟาเหียน ได้จาริกมาชมพูทวีป บันทึกไว้ ณ ลุมพินี มีบ่อน้ำใสสะอาด มีสังฆารามเจดีย์และเสาหินตั้งตระหง่านอยู่ พระสงฆ์ประพฤติปฏิบัติเรียบร้อย
ก่อนที่จะอุบัติในโลก พระโพธิสัตว์จะต้องพิจารณาถึงสิ่งสำคัญ ๕ ประการ เรียกว่า ปัญจมหาวิโลกนะ
๑. กาลเวลา คือ ไม่มากหรือน้อยเกินไป เป็นยุคที่มนุษย์มีอายุร้อยปี (เห็นพระไตรลักษณ์)
๒. ทวีป คือ เลือกชมพูทวีป
๓. ประเทศ คือ มัชฌิมประเทศ
๔. ตระกูล คือ ตระกูลที่คนยกย่องเช่น ตระกูลกษัตริย์
๕. พระมารดา เป็นผู้ที่สั่งสมบุญบารีมาดี คือพระนางสิริมหามายา

ทวีป ๔
ทวีป คือ เกาะหรือแผ่นจารึกที่มีนํ้าล้อมรอบเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์และสัตว์ ในจูฬนิกาสูตรได้แสดงไว้ในจักรวาลมี ๔ ทวีป คือ ๑.) ชมพูทวีปหรือประเทศอินเดียอยู่ทางทิศใต้ มีภูเขาสิเนรุเป็นจุดศูนย์กลางใบหน้ามนุษย์มนุษย์มีลักษณะเป็นสามเหลี่ยม ลักษณะพิเศษ ๒ ประเภท
๑.๑) เป็นทวีปที่มีพระอรหันต์ พระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า ได้มาบังเกิดในทวีปนี้เท่านั้น
๑.๒) เป็นประเทศที่มีต้นหว้าเป็นสัญญาลักษณ์
๒. อมรโคยานทวีป ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตก ใบหน้าของมนุษย์มีลักษณะค่อนข้างกลม
๓. อุตรกุทวีป ตั้งอยู่ทางเหนือใบหน้าของมนุษย์มีลักษณะ ๔ เหลี่ยม พระพุทธเจ้าเคยเสด็จบิณฑบาตมายังทวีปนี้
๔. บุพพวิเทหทวีป ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของภูเขาสินเนรุ ใบหน้าของมนุษย์จะมีลักษณะเหมือน พระจันทร์ตัดหรือบาตรที่วางในลักษณะเอียงตะแคง

คำว่า “โกลาหล” คือ ความเอิกเกริกหรืออลหม่านเกิดจากความสงสัยสับสนมี ๕ ประการ คือ โกลาหล ๕ (ปญฺจโกลาหล)
๑. พุทธโกลาหล คือ การเกิดความโกลาหล ก่อนพระพุทธเจ้าจะอุบัติ ๑ แสนปี
๒. กัปปโกลาหล คือ การเกิดความโกลาหล ก่อนกัปจะพินาศ ๑ หมื่นปี
๓. มงคลโกลาหล คือ การเกิดความโกลาหล ก่อนที่พระพุทธเจ้าจะแสดงมงคล ๑๒ ปี
๔. จักรวรรดิโกลาหล คือ การเกิดความโกลาหล ก่อนพระเจ้า-จักรพรรดิ์จะอุบัติขึ้น ๑๐๐ ปี
๕. โมเนยยโกลาหล คือ การเกิดความโกลาหล ก่อนที่จะมีคนถามถึงโมเนยยปฏิบัติ ๗ ปี (พระนาลกะเป็นผู้ถามและปฏิบัติเพียงองค์เดียว เป็นพระอรหันต์ต่อจากกลุ่มปัญจวัคคีย์ และเมื่อปฏิบัติจนบรรลุพระอรหันต์แล้ว ก็นิพพานหลังจากนั้นอีก ๗ เดือน)

ปัญจมหาบริจาค
๑. ทรัพย์ ๒. อวัยวะ ๓. บุตร ๔. ภรรยา ๕. ชีวิต

การได้รับพยากรณ์
๑.) ทีปังกร คราวเกิดเป็น ดาบสสุเมธ เมืองอมรวดี พระสมณะโคดม ได้รับพยากรณ์จากพระพุทธเจ้าในอดีต ๒๓ พระองค์
๒.) โกณทัญญะ คราวเกิดเป็น พระเจ้าจักรพรรดิ์วิชิตาวี เมืองจันทวดี
๓.) มังคละ คราวเกิดเป็น สุรุจิพราหมณ์ หมู่บ้านสุรุจิ
๔.) สุมนะ คราวเกิดเป็น พญานาคอตุละ นาคพิภพ
๕.) เรวตะ คราวเกิดเป็น อติเทวะพราหมณ์ รัมมวดีนคร
๖.) โสภิตะ คราวเกิดเป็น สุชาตพราหมณ์
๗.) อโนมทัสสี คราวเกิดเป็น เสนาบดียักษ์
๘.) ปทุมะ คราวเกิดเป็น สีหนาคราช
๙.) นารทะ คราวเกิดเป็น ดาบสทรงอภิญญาสมบัติ ๘
๑๐.) สุเมธะ คราวเกิดเป็น อุตตรมานพ
๑๑.) สุชาตะ คราวเกิดเป็น พระเจ้าจักรพรรดิ
๑๒.) ปิยทัสสี คราวเกิดเป็น พราหมณ์กัสสปะ
๑๓.) อัตถทัสสี คราวเกิดเป็น สุสีมพราหมณ์
๑๔.) ธัมมทัสสี คราวเกิดเป็น ท้าวสักกเทวราช
๑๕.) สิทธัตถะ คราวเกิดเป็น มังคลพราหมณ์ สุรเสนนคร
๑๖.) ติสสะ คราวเกิดเป็น สุชาตราชา ยสวดีนคร
๑๗.) ปุสสะ คราวเกิดเป็น วิชิตาวีกษัตริย์ อมิทมนคร
๑๘.) วิปัสสี คราวเกิดเป็น พญานาคอตุละ
๑๙.) สิขี คราวเกิดเป็น อมรินทมราชา ปริภูตนคร
๒๐.) เวสสภู คราวเกิดเป็น สุทัสสนราชา สรภดีนคร ๒๑.) กกุสันธะ คราวเกิดเป็น เขมะราชา
๒๒.) โกนาคมนะ คราวเกิดเป็น ปัพพตราชา มิถิรานคร
๒๓.) กัสสปะ คราวเกิดเป็น โชติลมานพ พาราณสีนคร
พระมหาปุริสลักษณะ ๓๒ ประการ
พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
ในทีฆนิกาย ปาฎิกวรรค ข้อ ๑๓๐ เล่ม ๓ ภาค ๒ กล่าวว่า พระมหาปุริสลักษณะ ๓๒ ประการมีดังนี้ คือ
๑. มีพระบาทประดิษฐานอยู่ด้วยดี
๒. มีลายจักรอันมีกำพันหนึ่ง มีกงพันหนึ่ง มีดุมพันหนึ่ง บริบูรณ์ด้วยอาการทั้งปวง เกิดภายไต้ฝ่าพระบาททั้งสอง
๓. มีส้นพระบาทยาว
๔. มีพระองคุลียาว
๕. มีฝ่าพระหัตถ์ และฝ่าพระบาทอ่อน
๖. มีฝ่าพระหัตถ์ และฝ่าพระบาทอ่อนนุ่ม
๗. มีพระบาทสูงเนิน
๘. มีพระชงฆ์เรียว ดุจแข้งเนื้อทราย
๙. ประทับยืนตรงไม่ค้อมลง ฝ่าพระหัตถ์ทั้งสองลูบคลำพระชานุมณฑลทั้งสองได้
๑๐. มีพระคุยหฐานเร้นอยู่ในฝัก
๑๑. มีพระฉวีวรรณดั่งทองคำ คือมีพระตจะประดุจหุ้มด้วยทอง
๑๒. มีพระฉวีละเอียดดั่งผิวทองคำ ฝุ่นละอองจึงมิได้ติด พระวรกาย
๑๓. มีพระโลมาขุมละเส้น
๑๔. มีพระโลมางอนขึ้นเบื้องบนทุกเส้น มีสีเขียวดังดอกอัญชัน ขดเป็นมณฑลทักษิณาวัฏ
๑๕. มีพระกายตรง ดั่งกายพรหม
๑๖. มีพระมังสะเต็มในที่ ๗ แห่ง คือ หลังพระหัตถ์ทั้งสอง หลังพระบาททั้งสอง จงอยพระอังสาทั้งสอง และพระศอ
๑๗. มีกึ่งพระกายท่อนบน เหมือนกึ่งกายท่อนหน้าของศรีษะ
๑๘. มีระหว่างพระอังสาเต็ม
๑๙. มีปริมณฑล ดุจไม้นิโครธ คือกายกับวาเท่ากัน
๒๐. มีลำพระศอกลมเท่ากัน
๒๑. มีปลายเส้นปราสาทสำหรับรสอาหารดี
๒๒. มีพระหนุดุจคางราชสีห์
๒๓. มีพระทนต์ ๔๐ ซี่
๒๔. มีพระทนต์เรียงเสมอกัน
๒๕. มีพระทนต์ไม่ห่าง
๒๖. มีพระทาฐะขาวงาม
๒๗. มีพระชิวหาใหญ่
๒๘. มีพระสุรเสียง ดุจเสียงพรหม ตรัสมีสำเนียงดังนกการเวก
๒๙. มีพระเนตรดำสนิท
๓๐. มีดวงพระเนตร ดุจตาโค
๓๑. มีพระอุณาโลมขาวดังสำลี
๓๒. มีพระเศียรดุจประดับด้วยกรอบพระพักตร์
พระสมณะโคดมองค์นั้น ทรงประกอบด้วยมหาปุริสลักษณะ ๓๒ ประการนี้แล

บางตอนของพุทธประวัติได้กล่าวไว้ว่า :
พุทธพยากรณ์ครั้งแรก
สุเมธดาบส ปูลาดแผ่นหนังลงบนเปือกตม นอนคว่ำหน้าทอดตนเป็นสะพาน เพื่อพระผู้มีพระภาคเจ้า ด้วยคิดว่า ขอพระพุทธเจ้าจงทรงเหยียบหลังเราเสด็จข้ามไปหมูภิกษุสงฆ์ ทรงบำเพ็ญบารมี มีทานบารมี ศีลบารมี เป็นต้น

พระชาติที่เป็นพระเวสสันดร
พระชาติสุดชาติจุติจากดาวดึงสพิภพลงมาปฏิสนธิ พระนางผุสดี เป็นพระมารดา พระเจ้าสญชัย เป็นพระบิดา แคว้นสีพี
เวสสันดร แปลว่า ถนนพ่อค้า เมื่อสิ้นอายุบังเกิดเป็นเทพบุตร นามว่า เสตเกตุเทพบุตร ในดุสิตสวรรค์ สุบินนิมิต

ก่อนพุทธศักราช ๘๐ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ พระโพธิสัตว์นามว่า เสตเกตุเทพบุตร ได้จุติจากสวรรค์ชั้นดุสิตมาปฏิสนธิในพระครรภ์ของพระนางสิริมายา สุบินนิมิตว่า ท้าวมหาราชยกพระนางพร้อมพระแท่นบรรทมสู่ป่าหิมพานต์ เทพยดาเชิญสรงน้ำในสระอโนดาต ฉลองด้วยอาภรณ์อันเป็นทิพย์ มีช้างเผือกถือดอกบัวเวียนประทักษิณพระนาง ๓ รอบ เข้าสู่พระครรภ์ของพระนาง ทันใดนั้นได้เกิดแผ่นดินไหว โหราจารย์ได้ทำนายสุบินนิมิต โอรสที่จะมาเกิดเป็นผู้มีบุญญาธิการ บุพนิมิต ๕ ประการ
๑. ผ้าทรงเศร้าหมอง
๒. ทิพยมาลาเหี่ยวแห้ง
๓. พระเสโทไหล ออกจากพระกัจฉะ (รักแร้)
๔. พระฉวีวรรณเศร้าหมอง
๕. ทรงเบื่อหน่ายทิพยอาสน์

เสด็จสวนลุมพินี
พระนางสิริมหามายาทรงพระครรภ์ครบ ๑๐ เดือน จึงเสด็จไปยังกรุงเทวทหะ พอถึงสวนลุมพินีวันตั้งอยู่ระหว่างกบิลพัสดุ์และ เทวทหะ พอใกล้จะประสูติพระกุมาร เจ้าพนักงานได้นำผ้าขึงกั้นเป็นม่านทรงประทับยืน มือเหนี่ยวกิ่งไม้สาละแล้วให้ประสูติพระกุมาร วันศุกร์ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีจอ ใต้ต้นสาละ

ปาฏิหาริย์แห่งพระโพธิสัตว์เจ้า
ในการประสูติของพระโพธิสัตว์เจ้ามีปาฏิหาริย์ดังนี้คือ
๑. ขณะประสูติพระมารดาทรงประทับยืน
๒. มีเทวดามาคอยรองรับ
๓. บริสุทธิ์ไม่แปดเปื้อนด้วยมลทิน
๔. มีธารน้ำเย็น-ร้อนมาสรงสนานพระวรกาย
๕. ประสูติเดินได้ ๗ ก้าว (มีดอกบัวผุดขึ้นรองรับ)
๖. เปล่งอาภิสวาจาว่า “เราเป็นผู้เลิศ เป็นผู้เจริญที่สุด เป็นผู้ประเสริฐที่สุดในโลก การเกิดของเราครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย บัดนี้ภพใหม่ไม่มีอีกแล้ว” ๗. เกิดแผ่นดินไหว


สระโบกขรณี
สระโบกขรณีคือสระน้ำที่พระนางสิริมหามายาสรงสนาน พระวรกายซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดประสูติ ๒๕๐๐ ปีที่แล้ว ณ ปัจจุบันยังคงเป็นอย่างนั้น ปัจจุบันได้รับการตกแต่งปรับปรุงเป็นอย่างดี บ่อใสสะอาดมาก

เสาหินศิลาจารึกพระเจ้าอโศกมหาราช
หลังจากพุทธปรินิพพานได้ ๒๐๐ ปีเศษ พระเจ้าอโศกมหราชหันมานับถือพระพุทธศาสนา พระองค์ ก็มีพระราชบัญชารับสั่งให้สร้างเสาหินศิลาจารึกทั่วชมพูทวีป ให้บันทึกราชโองการ หลักธรรมคำสั่งสอน เพื่อนำประดิษฐาน ณ สถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนา พระเจ้าอโศก- มหาราชเสด็จธรรมยาตรา ณ ลุมพินี โดยได้รับความเมตตาจากพระโมคคัลลีบุตรติสสเถระ เป็นผู้ชี้บ่งบอกตำแหน่งให้ปักเสาหินลงไป เพื่อเป็นเครื่องกำหนดที่แน่นอน และโปรดให้มีข้อความบนเสาหินเป็นอักษรพราหมี ไว้ว่า
“พระเจ้าอยู่หัวปิยทัสสี ผู้เป็นที่รักแห่งทวยเทพ เมื่ออภิเษกได้ ๒๐ พรรษา ได้เสด็จมาและทรงกระทำการบูชาเพราะว่าพระพุทธศากยมุนีได้ประสูติ ณ ที่นี้ ได้โปรดให้สร้างรั้วศิลา และโปรดให้ประดิษฐานเสาศิลาจารึกขึ้นไว้” แสดงให้เห็นว่า ณ แห่งนี้เป็นสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า
พ.ศ. ๒๓๗๓ มิสเตอร์ เจมส์ ปริ้นเชป นักโบราณคดี เป็นผู้แกะตัวอักษรสำเร็จใช้เวลาอยู่ ๗ ปี
พ.ศ. ๑๒๘๐ พระถังชัมจั๋ง ได้มายังสวนลุมพีนี ในบันทึกบอกไว้ว่าบนเสาพระเจ้าอโศกเป็นรูปวิคฑะ คือเป็นม้าและฐานเป็นดอกบัว

มายาเทวีวิหาร
มายาเทวีวิหาร เป็นชื่อของวิหาร ปัจจุบันได้สร้างครอบซากอิฐโบราณสถานภายในวิหารได้ค้นซากโบราณที่สำคัญ

ซากอิฐโบราณ
ซากอิฐโบราณ มีเป็นจำนวนมากกองใหญ่อยู่ภายในวิหาร เชื่อกันว่าน่าจะ เป็นซากอิฐในสมัยของพระเจ้าอโศกมหาราชมาสร้างไว้

รูปแกะสลักหินพระมารดา
รูปแกะสลักหินพระมารดา เป็นรูปพระพุทธมารดากำลังให้ประสูติการพระโอรส แต่น่าเสียดายถูกคนต่างศาสนาทำลาย เหลือเพียงแค่เค้าโครงเท่านั้นต้องบอกได้ว่า ภาพสลักชิ้นนี้ น่าจะเป็นหลักฐานทางศิลปกรรมที่เก่าแก่ที่สุดเป็นภาพที่งดงามมาก และทรงคุณค่าทางจิตวิญญาณจริงๆ

รอยพระบาทกุมาร
แต่หลักฐานที่ค้นพบล่าสุด ที่ทำให้ทางโบราณคดีสรุปได้ว่า ที่แห่งนี้เป็นที่ประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะ นั้นก็คือ การค้นพบรอยพระพุทธบาท รูปรอยเท้าคู่ ขนาดเท่ากับรอยเท้าทารก แต่มิใช่รอยพระบาทจริง ที่ประทับบนพื้น สันนิษฐานกันว่า น่าจะเป็นรอยพระพุทธบาทที่พระเจ้าอโศก ทรงสร้างขึ้น เมื่อครั้งเสด็จยังสวนลุมพินี เพื่อมาปักเสาหิน

ธงภาวนาหรือธงมนต์ตรา
ชาวเนปาลและธิเบตจะพิมพ์คาถาลงบนผืนธง เพื่อบูชาสถานที่ประสูติ จะนำติดปักรายรอบต้นโพธิ และภายในสวนลุมพินี มีความเชื่อว่าลมจากเทือกหิมาลัยไปจะพัดเอาคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าขจรขจายไปทั่ว วัดพุทธนานาชาติ
วัดพุทธนานาชาติ มีทั้งเถรวาท และมหายาน

ประเทศเนปาล
เมือง...พุทธอุทยานลุมพินี เมือง...มายาเทวีวิหาร
เมือง...พระมหาบุรุษประสูติกาล เมือง...ปาฏิหาริย์ ๗ ก้าวบาทเดินจร
เมือง...เปล่งอาสภิวาจา เมือง...เสาศิลาอโศกนุสรณ์
เมือง...เสด็จนิวัติพระนคร เมือง...เวสสันดรบำเพ็ญบารมีทาน
เมือง...เย็นกายใจใต้ร่มโพธิ์ศรี เมือง...โบกขรณีสุขเกษมศานติ์
เมือง...มรดกโลกจักรวาล เมือง...ภาพโบราณลํ้าค่าคู่บุรินทร์
เมือง...ราชกุมารีบารมีลํ้า เมือง...หัตถกรรมงามศาสตร์- ศิลป์
เมือง...EVEREST สุดยอดศิขรินทร์ เมือง...น้อมจินต์กราบที่ประสูติพระพุทธองค์ ฯ
ที่มา...คู่มือพระธรรมวิทยากร








โพธิสิกขาลัย (Bodhisikkhalai)
โทร 0-3587-3065, 085-7777-184 แฟกซ์ 0-3587-3058
Line ID: 0857777184
เว็บไซต์ : www.bodhisikkhalai.com
อีเมล: bodhisikkhalai@gmail.com


Copyright © 2011 All Rights Reserved