ทัวร์อินเดีย, เที่ยวอินเดีย, ทัวร์สังเวชนียสถาน, ทัวร์แดนพุทธภูมิ, ไหว้พระอินเดีย, tourindia, travelindia
ทัวร์อินเดีย, เที่ยวอินเดีย, ทัวร์สังเวชนียสถาน, ทัวร์แดนพุทธภูมิ, ไหว้พระอินเดีย, tourindia, travelindia
ทัวร์อินเดีย, เที่ยวอินเดีย, ทัวร์สังเวชนียสถาน, ทัวร์แดนพุทธภูมิ, ไหว้พระอินเดีย, tourindia, travelindia
ทัวร์อินเดีย, เที่ยวอินเดีย, ทัวร์สังเวชนียสถาน, ทัวร์แดนพุทธภูมิ, ไหว้พระอินเดีย, tourindia, travelindia
เมนูหลัก
ประวัติความเป็นมา
ติดต่อสอบถาม
หนังสือ
เอกสารยื่น ศ.ต.ภ.
พระพุทธรูป, ศิลปะคันธาระ, ศิลปะคุปตะ, ศิลปะปาละ, ทัวร์อินเดีย, เที่ยวอินเดีย, ทัวร์สังเวชนียสถาน, ทัวร์แดนพุทธภูมิ, ไหว้พระอินเดีย, tourindia, travelindia
พระพุทธรูป
ศิลปะคันธาระ
ศิลปะคุปตะ
ศิลปะปาละ
ข้อมูลอินเดียแดนพุทธภูมิ
ข้อมูลแดนพุทธภูมิ
แผนที่แดนพุทธภูมิ
พุทธคยา
ราชคฤห์-นาลันทา
ปัตนะ
ไวสาลี
เกสริยา
กุสินารา
กบิลพัสดุ์
กบิลพัสดุ์ ฝั่งอินเดีย
นิโครธาราม
รามคามสถูป นครเทวทหะ
ลุมพินี
สาวัตถี
สังกัสสนคร
สารนาถ
โกสัมพี
แคว้นอวันตี
Flag Counter
ข้อมูลอินเดีย
ข้อมูลพุทธสถาน
สาญจี
ถ้ำอชันตา
ถ้ำเอลโลร่า
ถ้ำออรังกาบัด
ถ้ำกัณเหรี
อโยธยา
ข้อมูลอินเดีย
ข้อมูลอินเดีย
นิวเดลี
อัครา
ฟาเตห์ปูร์ สิครี
ราชสถาน
หริทวาร, ฤาษีเกษ
จัมมู - แคชเมียร์
เลห์-ลาดักห์
อัมริตสาร์
มะนาลี-ชิมลา
ดารัมชาลา
เมืองลัคเนา
โกลกาตา
สะสาราม
พาราณสี
นิลกาย
มุมไบ
ข้อมูลอินใต้
ข้อมูลอินเดียใต้
รัฐเตลังคานา
เมืองกาญจีปุรัม
ฮัมปิ
รัฐอานธรประเทศ
ข้อมูลศรีลังกา
ข้อมูลศรีลังกา
ไหว้พระศรีลังกา
ข้อมูลอินโดนีเซีย
ข้อมูลอินโดนีเซีย
บุโรพุทโธ บาหลี
ข้อมูลพม่า
ข้อมูลพม่า
ย่างกุ้ง/ ไจโท้/หงสา/ สิเรียม
มัณฑะเลย์/พุกาม/อินเล/
ข้อมูลสิงคโปร์
ข้อมูลสิงคโปร์
สิงคโปร์
ข้อมูลมาเลเซีย
ข้อมูลมาเลเซีย
มาเลเซีย
ข้อมูลกัมพูชา
ข้อมูลกัมพูชา
เสียมเรียบ/นครวัด/นครธม
ข้อมูลลาว
ข้อมูลลาว
เวียงจันทร์/วังเวียง
หลวงพระบาง
ลาวใต้
ข้อมูลลาว
ข้อมูเวียดนาม
ฮานอย/ซาปา
ดานัง
โฮจิมินห์
ข้อมูลอินเดีย
โปรแกรมทัวร์ เดินทางคนเดี่ยว
สี่สังเวชฯ+อัครา+ราชสถาน+เดลี(21วัน)
สี่สังเวชฯ+สาญจี+อชันตา+เอโลร่า+มุมไบ (14วัน)
สี่สังเวชฯ+อัครา,ทัชมาฮาล+จัยปูร์+เดลี(11วัน)
ข้อมูลลาว
ข้อมูลทวีปยุโรป
ฝรั่งเศส
ลักเซมเบิร์ก
เยอรมนี
เนเธอร์แลนด์
อังกฤษ
อิตาลี
กรุงเทพ-ลอนดอน
บุโรพุทโธ-บาหลี
กลุ่มวัดบุโรพุทโธ
- บุโรพุทโธ (Borobudur Temple)
- วัดเมนดุท (Mendut) - วัดพุทธเมนดุท (Mendut Buddhist Monastery)
เมืองยอกยาการ์ตา (Yogyakarta/ City Center)
- วัดพราห์มนันต์ (Prambanan)
- พระราชวังสุลต่าน (Sultan Palace/Kraton Ngayogyakarta)
- พระราชวังน้ำ (Water Palace)
- ถนนมาลิโอโบโร่ (Jajan Malioboro Street)

บุโรพุทโธ (Borobudur Temple)

บุโรพุทโธ (Borobudur Temple) บุโรพุทโธ หรือ กลุ่มวัดบุโรพุทโธ  (Borobudur Temple Compounds) ตั้งอยู่ที่เมืองยอกยาการ์ตา (Yogyakarta) จังหวัดชวากลาง เกาะชวา ขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 13-14   สร้างจากหินลาวา มีพื้นที่มากกว่า 55,000 ตร.ม. เป็นสถาปัตยกรรมเป็นอนุสรณ์สถานทางพระพุทธศาสนานิกายมหายานขนาดใหญ่อันดับ 1
สร้างขึ้นโดยกษัตริย์ราชวงศ์ไศเลนทร์ (Sailendra dynasty) ซึ่งเป็นศูนย์กลางการปกครองเมืองชวา ระหว่างปี ค.ศ. 780 – 840 มีการค้นพบครั้งแรกโดยชาวอังกฤษชื่อ เซอร์โธมัส แสตมฟอร์ด แรฟเฟิลส์ (Sir Thomas Stanford Raffles) เมื่อ ปี ค.ศ. 1814 และได้รับการบูรณะจนกระทั่งเปิดให้เข้าชมได้ใน ปี ค.ศ. 1835
บุโรพุทโธ สร้างด้วยหินภูเขาไฟ (Andesite) โครงสร้างฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยม พื้นที่ประมาณ 55,000 ตารางเมตร แบ่งเป็น 10 ชั้น แต่ละชั้นขนาดลดหลั่นกันเป็นทรงปิรามิด ชั้นที่ 1 – 6 เป็นฐานรูปสี่เหลี่ยม ชั้นที่ 7 – 10 เป็นฐานรูปวงกลม บริเวณโดยรอบมีเจดีย์ 72 องค์ตั้งอยู่ เจดีย์แต่ละองค์บรรจุพระพุทธรูป ตั้งเรียงราย 3 ระดับ จุดสูงสุดมีเจดีย์องค์ใหญ่ไม่ได้บรรจุสิ่งใด
บุโรพุทโธ มีสัญลักษณ์แทนคำสอนของศาสนาพุทธ โดยแบ่งเป็น 3 ส่วน
           ส่วนที่ 1 Kamadhatu ประกอบด้วยภาพนูนต่ำ 160 ภาพ แสดงถึงมนุษย์ทั่วไปที่ยังหลงอยู่ในความสุขและความปรารถนา
 ส่วนที่ 2 Rapudhatu ผนังและระเบียงภาพหินสลักพุทธประวัติ ชาดก และพระพุทธรูป แสดงถึงมนุษย์ที่เริ่มหลุดพ้นจากกิเลส  
 ส่วนที่ 3 Arupadhatu ระเบียงทั้ง 3 ชั้น ซึ่งมีเจดีย์และพระพุทธรูปอยู่ภายในเจดีย์ หมายถึงการรู้ตื่นและเบิกบาน ในขณะที่เจดีย์องค์ใหญ่ที่ว่างเปล่าเสมือนการนิพพานในศาสนาพุทธ และได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกจากองค์กร UNESCO ในปี ค.ศ. 1991
มหาเจดีย์บุโรพุทโธ เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ปัจจุบันมีอายุร่วมกว่า 800ปี

บุโรพุทโธ (Borobudur Temple)


บุโรพุทโธ (Borobudur Temple)


บุโรพุทโธ (Borobudur Temple)


บุโรพุทโธ (Borobudur Temple)


วัดเมนดุท (Mendut)


วัดเมนดุท (Mendut)

วัดเมนดุท (Mendut) วัดเมนดุทภายในประดิษฐานพระพุทธรูปนั่งห้อยพระบาทที่งดงามที่สุด ซึ่งขนาบข้างด้วยรูปสลักพระโพธิสัตว์ อวโลกเตสวร และพระโพธิสัตว์วัชรปาณี

วัดพราห์มนันต์ (Prambanan)

วัดพราห์มนันต์ (Prambanan)
วัดพราห์มนันต์ หรือเทวาลัยปรัมบานัน Brambanan หรือที่เรียกตามภาษาอินโดนีเซียว่า วัดโลโร จงกรัง (Loro Jongrang) ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านพรามนันต์ เป็นเทวสถานในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยชวา ภาคกลาง ราว ค.ศ.ที่ 10 โดยพระเจ้าบาลีตุง แต่จากหนังสือประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ ดี จี ฮอลล์ กล่าวว่า ผู้สร้างปรัมบานันน่าจะเป็นพระเจ้าทักษา กษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งสมัยชวาภาคกลาง ส่วนเหตุที่สร้างนั้นสันนิษฐานว่า สิ่งก่อสร้างทั้งหมดในเทวาลัยแห่งนี้น่าจะสร้างขึ้นเพื่อเป็นสุสานบรรจุพระศพของกษัตริย์และสมาชิกในพระราชวงศ์ วัดพรามนันต์
โลโรจงกรัง มีที่มาจากตำนานพื้นบ้าน ที่ว่ากันว่าโลโรกรังเป็นเจ้าหญิงแสนงาม (โลโรจงกรังภาษาถิ่นหมายถึงสาวร่างอรชร) จึงมียักษ์มาขอแต่งงานเจ้าหญิงไม่กล้าปฏิเสธ แต่ทรงขอให้ยักษ์สร้างจันทิให้ได้ 1 พันหลังถึงจะแต่งงานด้วย ยักษ์จึงใช้เวทมนตร์สร้างจันทิจนเกือบจะเสร็จสิ้น ส่วนเจ้าหญิงก็ใช้เวทมนตร์ทำลายจันทิเหล่านั้น เพราะไม่ต้องการแต่งงานด้วย ทำให้ยักษ์โกรธจึงสาปเจ้าหญิงให้กลายเป็นหิน แล้วนำรูปมาทำประติมากรรมประดิษฐานอยู่ในวัดแห่งนี้แห่งนี้
ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกใน ปี ค.ศ. 1991
พระราชวังสุลต่าน (Kraton Yogyakarta, Sultan Palace)

พระราชวังสุลต่าน (Kraton Yogyakarta)
พระราชวังสุลต่าน ที่เต็มไปด้วยสิ่งของถ้ำค่าในวังและเครื่องใช้ต่างก่อนที่กษัตริย์องค์สุดท้ายจะลี้ภัยและเปลี่ยนการปกครอง ชมวังเมกะลัง และเครื่องบรรณาการต่างๆ และห้องเก็บโบราณวัตถุ และสิ่งล้ำค่าสมัยก่อน ประวัติต่างๆ ที่มีความเป็นมาน่าศึกษาและมีค่าของอารยะธรรมชวา ... จากนั้นนำท่านชม

พระราชวังน้ำ (Water Palace)

พระราชวังน้ำ (Water Palace)
พระราชวังน้ำ เป็นสถานที่พักผ่อนของสุลต่าน ภายในมีสระขนาดใหญ่ เพื่อให้สาวสรรกำนัลในว่ายน้ำ
เล่นเบิกบานสำราญใจ โคยมีอาคารที่ประทับของสุลต่านอยู่ใกล้ๆ สามารถมองเห็นสาวๆ ในสระได้อย่างชัดเจน ส่วนสระว่ายน้ำของมเหสี และธิดาของสุลต่านจะแยกออกไปต่างหากโดยรอบๆ จะเป็นสวนขนาคใหญ่ที่ยังคงความสวยงาม

ถนนคนเดิน มาลิโอโบโร่ (Malioboro)

ถนนคนเดิน มาลิโอโบโร่ (Malioboro)
มาลิโอโบโร่ เป็นสถานที่ช้อปปิ้งยอดนิยมของย็อกยาการ์ จำหน่ายสินค้าหัตถกรรมต่างๆ เช่น เครื่องจักรสาน ภาพวาดผ้าบาติก (Batik) เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า ของที่ระลึก ฯลฯ

บาหลี (Bali)
บาหลี หรือ บาลี เป็น 1 ใน 34 จังหวัดของประเทศอินโดนีเซีย เมืองหลักคือเด็นปาซาร์ พื้นที่ทั้งหมด 5,634.40 ตารางกิโลเมตร มีประชากรทั้งสิ้น 3,422,600 คน ความหนาแน่นของประชากร 607 คน/ตารางกิโลเมตร ภาษาที่ใช้คือภาษาอินโดนีเซียและภาษาบาหลี
คินตามานี (Kintamani)
- วัดเซการา อูลุน ดานู บาตูร์ (Pura Segara Ulun Danu Batur)
- ภูเขาไฟกูนุงบาตูร์ (Gunung Batur)
- ทะเลสาบบาตูร์ (Lake Batur)
- หมู่บ้านคินตามานี (Kintamani Village)
- ไร่ส้ม (Orange Farm)
เมืองเทมภัคสิริงค์ (Tampaksiring City)
- วัดเตียร์ตา อัมปีล (Tirta Empul Temple)
- วัดปากูลีงัน (Pegulingan Temple)
- วัดเมอเงินนิง (Pura Mengening)
- บ้านอดีตประธานาธิบดี (the Former President's Home)
-ไร่กาแฟ (Coffee Plantation)
- ผ้าบาติก(Batik)
เบอดูกูล (Bedugul) - วัดปุรา อูลัน ดานู บราตัน (Pura Ulun Danu Bratan)
ปุราทามันอายุน (Pura Taman Ayun)
วัดปุรา ตานะห์ ลอต (Pura Tanah Lot)

วัดเซการา อูลุน ดานู บาตูร์ (Pura Segara Ulun Danu Batur)

วัดเซการา อูลุน ดานู บาตูร์ (Pura Segara Ulun Danu Batur) คินตามณี อยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย เป็น 1 ใน 2 หมู่บ้านโบราณที่ตั้งอยู่บนระดับความสูง 1,717 เมตร มีจุดชมวิว และทัศนียภาพที่งดงาม อากาศที่เย็นสบายตลอดปี
ภูเขาไฟกุนุงบาตูร์ (GunungBatur)

ภูเขาไฟกุนุงบาตูร์ (GunungBatur)
ภูเขาไฟกุนุงบาตูร์ มีอายุกว่า 50,000 ปี เป็นภูเขาไฟที่ชาวบาหลีให้การสักการะบูชานับว่าเป็นภูเขาไฟที่มหัศจรรย์ของโลก มีความสูง 1,717 เมตรเคยปะทุพ่นลาวาและเถ้าภูเขาไฟมาแล้วหลายครั้ง บริเวณนี้จะมีอากาศเย็นตลอดทั้งปีใกล้กับภูเขาไฟ คือทะเลสาบกูนุงบาร์ตูร์เป็นทะเลสาบซึ่งเกิดจากการยุบตัวของภูเขาไฟ
ทะเลสาบบาตูร์ (Lake Batur) ทะเลสาบใหญ่ที่สุดในบาหลี ยาว 7 กม. กว้าง 2.5 กม. ตั้งอยู่กลางหุบเขา ชาวบาหลี เชื่อว่าทะเลสาบนี้มีความศักดิ์สิทธิ์เพราะเป็นที่สถิตของเทวีดานู เจ้าหญิงแห่งทะเลสาบ ทะเลสาบนี้เกิดจากตาน้ำ11แห่ง แต่ไม่ทางน้ำไหลออกเลย เชื่อกันว่าน้ำในทะเลสาบซึ่มผ่านชั้นดิน และกลายไปเป็นน้ำพุที่ปรากฏในแหล่งอื่นของเกาะ ส่วนใหญ่หมู่บ้านริมทะเลสาบ ยังนับถือผีแบบโบราณ ซึ่งมีธรรมเนียมการทิ้งศพให้แห้งบนดินก่อนนำไปฝัง
หมู่บ้านคินตามณี (Kintamani Village) เป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ริมปากปล่องภูเขาไฟกุนุง บาตูร์

วัดเตียร์ตา อัมปีล (Tirta Empul Temple)

วัดเตียร์ตา อัมปีล (Tirta Empul Temple) วัดเตียร์ตา อัมปีล หรือวัดน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งคนไทยมักจะเรียกกันว่า วัดตัมปะก์ชีริง (Tempak Siling) วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ในบริเวณหมู่บ้านดัมปะก์ชีริง ตามตำนานเล่าว่า เกอโบ อีวา มหาเสนาบดีผู้ยิ่งใหญ่ของเบอดูลูใช้เวทมนต์แกะสลักอนุสรณ์สถานในชั่วคืนด้วยเล็บมือตน สิ่งปลูกสร้างนี้คืออนุสรณ์สถานแห่งราชวงศ์วาร์มาเดวา ประเพณีปลงพระศพของราชวงศ์ (ซึ่งจะทำให้กษัตริย์ ราชินี และนางสนมผู้วายชนม์กลายเป็นเทพเจ้า) ภายในวัดท่านจะได้พบกับ บ่อน้ำสักดิ์สิทธิ์ ซึ่งปัจจุบันนี้ยังมีน้ำผุดขึ้นมาตลอดเวลา เชื่อกันว่าพระอินทร์ทรงสร้างขึ้นตอนที่เจาะพื้นพิภพเพื่อสร้างบ่อน้ำอมฤตชุบชีวิตนักรบของพระองค์ สถานที่แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นราวศตวรรษที่ 10 ว่ากันว่าน้ำในสระมีอำนาจในการรักษาโรคภัยต่างๆ จึงได้มีการต่อท่อออกมาลงในบ่อ ที่ชาวบาหลีนิยมมาชำระร่างกายให้บริสุทธิ์ หลังจากถวายเครื่องบัดพลีแก่เทพเจ้าแห่งสระน้ำแล้วหญิงและชายจะแยกไปอาบน้ำกันคนละด้าน แม้น้ำจะมาจากแหล่งเดียวกันแต่จะมีท่อแยกเพื่อประกอบพิธีกรรมต่างกันไป
วัดปากูลีงัน (Pegulingan Temple)
วัดเมอเงินนิง (Pura Mengening)
บ้านอดีตประธานาธิบดี (the Former President's Home)
ชมบ้านพักของอดีตประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ที่ตั้งอยู่บนเขาใกล้ๆ ตัววิหาร
ร้านกาแฟขี้ชะมด (Luwak Coffee)
โรงงานกาแฟ ชมขั้นตอนการผลิตกาแฟและเลือกซื้อสินค้าจากโรงงานกาแฟได้โดยตรง


วัดปุรา อูลัน ดานู บราตัน (Pura Ulun Danu Bratan)

วัดปุรา อูลัน ดานู บราตัน (Pura Ulun Danu Bratan)
ในบาหลี "ปุระ" หมายถึงวัด วัดปุรา อูลัน ดานู บราตัน หรือเรียกสั้นๆ ว่า วัดอูลัน ดานู บราตัน ที่อยู่ในระดับความสูง 4,300 ฟุตจากระดับน้ำทะเล ตั้งอยู่บริเวณกลางน้ำริมทะเลสาบบราดัน มีฉากหลังเป็นภูเขาไฟสูงทะมึน บางช่วงถูกคั่นด้วยปุยเมฆสีขาว วัดนี้สร้าง ตั้งแต่สมัยศตวรรบที่ 17 เพื่อใช้ทำพิธีทางศาสนาพุทธและฮินดูรวมทั้งอุทิศแค่เทวี ดาน เทพย แห่งสายน้ำ ไม่สามารถเดินข้ามไปยังวัดได้ มีลักษณะเด่นตรงศาลาซึ่งมีหลังคาทรงสูงที่รียกว่าเมรุ มุงด้วยฟางซ้อนกันถึง 11 ชั้น สวยงามมากท่านจะได้สัมผัสกับอากาศหนาว เย็นตลอดทั้งปีวัดแห่งนี้ตั้งอยู่ริม ทะเลสาบบราตัน (Lake Bratan) เป็นทะเลสาบที่มีมนต์ขลังฉากหลังคือทุ่งนาขั้นบันไดที่ค่อย ๆ ลาดต่ำลง เป็นทะเลสาบที่มีชื่อเสียง ซึ่งมีรีสอร์ทให้พัก


วัดปุรา ทามัน อายุน (Pura Taman Ayun)

วัดปุรา ทามัน อายุน (Pura Taman Ayun) วัดปุรา ทามัน อายุน หรือวัดเม็งวี ที่วัดแห่งนี้เคยเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรเรืองอำนาจ นับข้อนถึงสมัยราชวงศ์เกลเกล จนถึงปี 1891 สร้างในศตวรรษที่ 17 มีคูเมืองล้อมรอบเป็นที่เก็บดวงวิญญาณของ 3 ภพ 3 โลกสวยงามมาก


วัดปุรา ตานะห์ ลอต (Pura Tanah Lot)

วัดปุรา ตานะห์ ลอต (Pura Tanah Lot)
วัดทานาห์ลอต หรือ วัดปุรา ตานะห์ ลอต คำว่า “ทานา” หมายถึง โลก ส่วนคำว่า “ลอต” แปลว่า ทะเล จึงมีความเชื่อว่าวัดแห่งนี้เป็นสัญลักษณ์ของการบรรจบของธรรมชาติและจักรวาล
วิหารตานะห์ ล็อต วัดแห่งนี้ตั้งอยู่เหนือผืนดินบนแท่นหินซึ่งเกิดจากการถูกคลื่นกัดเซาะ หอสีดำและเถาไม้เลื้อยเหนือหน้าผาของตานะห์ ล็อต ชวนให้ระลึกถึงภาพ วาดอันประณีตของจีน ดูหาที่รายรอบวัดคือที่อาศัยของงูสักดิ์สิทธิ์ ซึ่งอยู่อย่างสันโดยโดยไม่ถูกรบกวน อนุญาตให้เข้าไปข้างในได้เฉพาะผู้มาสักการะเท่านั้น แต่นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นชมทัศนียภาพที่งามจับตายามอาทิตย์ลับขอบฟ้าได้บนเขาลูกใกล้กัน สถานที่แห่งนี้จึงเป็นที่รู้จักในนาม ตานะห์ ล็อต หรือ "ดินแดนในทะเล"

จาการ์ตา (Jakarta)
จาการ์ตา เป็นเมืองหลวงของประเทศอินโดนีเซีย และเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งอยู่บนเกาะชวาฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือ มีประชากร 8.3 ล้านคน ในอดีตมีชื่อว่า บาตาฟียา หรือ ปัตตาเวีย หรือ “บัตเตเวีย”
-  พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์จาการ์ต้า(Jakarta History Museum)
- พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ (National Museum)
- อนุสาวรีย์แห่งชาติโมนัส (Monumen Nasional)
- โบสถ์คริสต์ วิหารจาการ์ตา (Jakarta Cathedral)
- สวนป่าชายเลน ตามัน วิซาตา แมนโกรฟ (Taman Wisata Alam Mangrove Angke Kapuk)
- ไชน่าทาวน์ ปั้นโจรัน (Pantjoran Chinatown Pik)
ประวัติศาสตร์อันเฟื่องฟูของอินโดนีเซียมาบรรจบกับตัวอย่างชั้นเลิศของสถาปัตยกรรมสมัยอาณานิคมเนเธอร์แลนด์ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีอีกชื่อหนึ่งว่าพิพิธภัณฑ์ฟาตาฮิลละห์หรือพิพิธภัณฑ์บาตาเวีย และเปิดทำการเมื่อปี 1974 แต่ตัวอาคารมีอายุมากกว่านั้นนานโข โดยมีอายุย้อนไปถึงปี 1710 เมื่อชาวดัตช์ตั้งให้เป็นศูนย์การปกครองของอาณานิคมแห่งใหม่ของพวกเขา
  สำรวจโถงทั้ง 37 ห้องของพิพิธภัณฑ์ แต่ละโถงจัดแสดงยุคสมัยที่แตกต่างกันของประวัติศาสตร์ประเทศ พิพิธภัณฑ์มีวัตถุต่างๆ รวบรวมไว้มากมายถึง 23,500 ชิ้น การจัดแสดงส่วนใหญ่เป็นเครื่องเตือนใจถึงอดีตอาณานิคมเนเธอร์แลนด์ ละลานตาไปกับแผนที่ เฟอร์นิเจอร์โบราณ ตลอดจนของที่ระลึกหายากมากมาย เช่น เครื่องปั้นดินเผาและภาพเขียนจากบริษัท Dutch East India ของดัตช์ องค์กรนี้เป็นผู้ควบคุมกิจการค้าขายแลกเปลี่ยนภายในอาณาบริเวณในช่วงศตวรรษที่ 17 ถึง 18
เดินเล่นไปในสวนของพิพิธภัณฑ์และด้านหลังของตัวอาคาร คุณจะพบกับศิลปวัตถุมากมายจากอินโดนีเซียและยุโรป พบกับส่วนจัดแสดงเครื่องเรือนเก่าแก่สไตล์บาตาเวีย  แต่ขณะนี้อยู่ในช่วงปิดซ่อมอาคารบางส่วน สิ่งของจึงนำไปถูกเก็บไว้ แต่สามารถเดินเล่มชมอาคารทั้งภายในและภายนอกได้


พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์จาการ์ต้า(Jakarta History Museum)



พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ (National Museum)

พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ (National Museum) นับเป็นพิพิธภัณฑ์ที่สำคัญที่สุดของจาการ์ตา เน้นไปที่ประวัติศาสตร์ของเมืองหลวงแห่งนี้และเรื่องราวทั่วไปของอินโดนีเซีย พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ในอาคารที่โดดเด่นแห่งหนึ่งในศตวรรษที่ 19 ของจาการ์ต้า ภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงวัตถุและสิ่งของทางศาสนาซึ่งรวบรวมจากวัดหลายแห่งในเกาะชวา อีกทั้งเครื่องเซรามิกของจีนที่ประเมินค่ามิได้และเครื่องบรรณาการต่างๆ ที่ใช้มอบให้แก่ผู้ปกครองท้องถิ่นในหลายศตวรรษที่ผ่านมา ความโดดเด่นที่ประทับใจคนไทย คือมีรูปปั้นช้างที่รัชกาลที่ 5 ทรงมอบให้เมื่อเสด็จอินโดนีเซีย และตั้งโดดเด่นหน้าพิพิธภัณฑ์จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของพิพิธภัณฑ์ที่ใครๆต่างเรียก พิพิธภัณฑ์ช้าง

อนุสาวรีย์แห่งชาติโมนัส (Monumen Nasional)

อนุสาวรีย์แห่งชาติโมนัส (Monumen Nasional) สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังที่ผู้คนรู้จักมากที่สุดในกรุงจาการ์ตา จนได้ชื่อว่าเป็นไอคอนแห่งจาการ์ตาเลยก็ว่าได้ อนุสาวรีย์ความสูง 137 เมตรแห่งนี้ที่ตั้งอยู่ใจกลางจัตุรัสแห่งเสรีภาพ ภายในคือพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมทรัพย์สินทางประวัติศาสตร์และวัตถุทางโบราณคดีของประเทศอินโดนีเซีย นอกจากนั้นยังมีสถานะเป็นหนึ่งในศูนย์รวมความบันเทิงของเมือง ที่ผู้คนหลากหลายสถานะทางสังคมมักจะมาชุมนุมกันอยู่ที่นี่เสมอไม่ว่าช่วงกลางวันหรือยามค่ำคืน

โบสถ์คริสต์ วิหารจาการ์ตา (Jakarta Cathedral)

วิหารจาการ์ตา (Jakarta Cathedral) สถานประกอบคริสตศาสนกิจ ซึ่งใหญ่โตและงดงามที่สุดในอินโดนีเซีย ชมความล้ำลึกในสถาปัตยกรรมของวิหารนีโอกอธิค คาทอลิกแห่งกรุงจาการ์ตา และเรียนรู้ถึงความโดดเด่นในเชิงสถาปัตยกรรมที่ทำให้วิหารแห่งนี้มีความแตกต่าง ด้วยผลงานศิลปะเชิงศาสนาชั้นเลิศแห่งประเทศนี้ และเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์เพื่อรับทราบถึงเรื่องราวในอดีตของตัวอาคาร วิหารจาการ์ตา หรือชื่อเต็มคือโบสถ์พระแม่แห่งอัสสัมชัญ (Church of Our Lady of Assumption) ได้รับการออกแบบโดยสาธุคุณชาวเนเธอร์แลนด์ Antonius Dijkmans และสร้างเมื่อปี 1901 ตลอดช่วงเวลากว่า 100 ปี โบสถ์มีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย และยังคงเป็นที่ประกอบพิธีมิสซาอยู่ทุกสัปดาห์ ทั้งยังเป็นที่ตั้งอาสนะของอาร์ชบิชอปแห่งจาการ์ตาอีกด้วย  ยอดแหลมคู่สีงาช้าง ยอดคู่นี้สูง 197 ฟุตขึ้นสู่ท้องฟ้า โครงสร้างเหล็กของยอดคู่นี้ผิดแผกจากที่อื่น โดยสาเหตุที่เลือกใช้เหล็กแทนศิลาตามปกติทั่วไปนั้นคือเพื่อให้ต้านทานแผ่นดินไหวได้ดีกว่า หน้าต่างกรุกระจกสีโค้งใหญ่เหนือประตู ผลงานสีสันอันเตะตานี้คือภาพของพระแม่มารี เมื่อเข้าสู่ด้านในแล้ว แหงนหน้าขึ้นมองเพดานไม้โค้งอันชวนตื่นตา ตามข้างกำแพง จะพบเห็นชิ้นงานศิลปะหลากหลายรายการ ซึ่งรวมถึงรูปภาพวิหารอันเป็นเอกลักษณ์จากการวาดแต้มสีบนใบตองแห้ง รูปภาพนี้เป็นผลงานของศิลปินชาวท้องถิ่น Kusni Kasdut ซึ่งยังมีชื่อในฐานะที่เป็นผู้ริเริ่มวางแผนจารกรรมผลงานศิลปะหลายต่อหลายชิ้นในช่วงทศวรรษที่ 1960 แล้วมองหารูปปั้นสไตล์บาโรกและออร์แกนหลังใหญ่สไตล์นีโอกอธิค ซึ่งตั้งอยู่ทางฝั่งทิศใต้ของตัววิหาร  พิพิธภัณฑ์เล็กๆ ที่ชั้นล่าง จะได้เห็นวัตถุเก่าแก่นานาชนิด เช่น หนังสือและเสื้อคลุมโบราณ อีกทั้งยังมีโรงงานผลิตเทียน

สวนป่าชายเลน ตามัน วิซาตา แมนโกรฟ (Taman Wisata Alam Mangrove Angke Kapuk)



ไชน่าทาวน์ ปั้นโจรัน (Pantjoran Chinatown Pik)








โพธิสิกขาลัย (Bodhisikkhalai)
โทร 0-3587-3065, 085-7777-184 แฟกซ์ 0-3587-3058
Line ID: 0857777184
เว็บไซต์ : www.bodhisikkhalai.com
อีเมล: bodhisikkhalai@gmail.com


Copyright © 2011 All Rights Reserved